นับตั้งแต่เปลี่ยนศักราชใหม่ จากปี 2019 เข้าสู่ปี 2020 เชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์หลายท่าน ได้เห็นไปแล้วว่า องค์กรสนุกเกอร์โลก ที่ดูแลการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกโดยเฉพาะอย่าง World Snooker ได้ทำการรีแบรนด์ใหม่ไปเป็น World Snooker Tour พร้อมกับมีอักษรย่อที่ช่วยให้จำได้ง่ายขึ้นก็คือ (WST)

นอกจากนี้ ยังทำการปรับสัญลักษณ์ หรือโลโก้ใหม่อีกด้วย เพื่อเป็นการปรับองค์กรเข้าสู่ศตวรรษใหม่ ระหว่างปี 2020-2029

    ย้อนเวลากลับไปในการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกเมื่อฤดูกาล 2009-2010 หรือ 10 ปีที่แล้ว นับเป็นยุคมืดของวงการสอยคิวโลกเลยก็ว่าได้ เนื่องจากตลอดทั้งฤดูกาล มีแข่งขันรายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้งเพียง 6 รายการเท่านั้น แถมเงินรางวัลรวมจากการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล เป็นจำนวนเพียง 3,600,000 ปอนด์ นับเป็นยอดเงินรางวัลที่น้อยมากๆ จนนักสนุกเกอร์หลายคน แทบจะเปลี่ยนอาชีพไปทำมาหากินอย่างอื่นเลยทีเดียว
    จนกระทั่งหลังจากจบฤดูกาลดังกล่าว Matchroom Sport agency ที่มี แบร์รี่ เฮิร์น นักธุรกิจผู้กว้างขวางชาวอังกฤษ เป็นผู้ก่อตั้ง ได้เซ็นสัญญาเข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลก
การเดินทางเข้าสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กรคิวโลก

ภายในระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2010-2019 Matchroom Sport agency ของ แบร์รี่ เฮิร์น ได้ยกระดับให้การแข่งขันสนุกเกอร์ เป็นกีฬาที่มีการชิงเงินรางวัลมากขึ้นหลายเท่าตัว

อย่างเช่นในฤดูกาลนี้(2019-2020) มีการแข่งขันมากถึง 25 รายการ โดยเป็นรายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้ง ที่มีผลต่อคะแนนสะสมอันดับโลก 18 รายการ และรายการ non-ranking อีก 7 รายการ จนทำให้ในฤดูกาลปัจจุบัน มียอดเงินรางวัลจากการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกถึง 14,600,000 ปอนด์ หรือประมาณ 577 ล้านบาทเลยทีเดียว

กล่าวได้ว่า ตั้งแต่ แบร์รี่ เฮิร์น เข้ามาดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับวงการคิวโลก เขาได้เสกให้กีฬาสอยคิว เป็นกีฬาที่มีเงินรางวัลมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนกลายเป็นกีฬาอาชีพอย่างยั่งยืน

การเดินทางเข้าสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กรคิวโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ทศวรรษใหม่ บิ๊กบอสแห่ง Matchroom Sport agency ได้ปรับองค์กรคิวโลกขนานใหญ่อีกครั้ง เพื่อเตรียมยกระดับให้กีฬาชนิดนี้ มียอดเงินรางวัลเพิ่มมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีก โดยเขาได้ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในทศวรรษใหม่ ระหว่างปี 2020-2029 จะทำให้สนุกเกอร์ มียอดเงินรางวัลในแต่ละฤดูกาลเกิน 30 ล้านปอนด์ให้ได้ อีกทั้งยังต้องการพัฒนาให้กีฬาสอยคิว เป็นที่นิยมทั่วทุกมุมโลกมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

หนึ่งในเรื่องราวที่ฮือฮามากที่สุดในการบริหารองค์กรคิวโลกในทศวรรษใหม่ก็คือ การที่ แบร์รี่ เฮิร์น เตรียมนำการแข่งขันสนุกเกอร์รายการระดับเวิลด์แรงค์กิ้ง ไปจัดที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย หลังจากได้ตกลงกับการกีฬาแห่งซาอุดิอาระเบีย (Saudi Arabia’s General Sports Authority) เป็นที่เรียบร้อย

พร้อมกับยืนยันว่า ดินแดนเศรษฐีน้ำมันจะเป็นเจ้าภาพถึง 10 ปีเลยทีเดียว โดยจะเริ่มในฤดูกาลหน้า(2020-2021) เป็นต้นไป ซึ่งจะแข่งขันในช่วงปลายเดือนตุลาคม แม้ที่ผ่านมา ประเทศนี้ จะไม่เคยจัดการแข่งขันสนุกเกอร์อาชีพโลกก็ตาม

การเดินทางเข้าสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กรคิวโลก

และที่ฮือฮายิ่งกว่าก็คือ ยอดเงินรางวัลของรายการที่จัดขึ้น ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย จะมากถึง 2,500,000 ปอนด์ หรือประมาณ 99 ล้านบาท นับเป็นยอดเงินรางวัลรวมที่มากกว่าทุกรายการที่ผ่านมา

อีกทั้ง แชมป์จะได้รับเงินสูงถึง 500,000 ปอนด์ หรือประมาณเกือบ 20 ล้านบาท นับเป็นเงินรางวัลที่ได้เท่ากับคนที่คว้าแชมป์รายการชิงแชมป์โลกเลยทีเดียว

เมื่อยอดเงินรางวัลจากการแข่งขันที่ซาอุดิอาระเบีย เยอะมากมายมหาศาลขนาดนี้ เสมือนเป็นการยกระดับให้รายการนี้ มีศักดิ์ศรีใหญ่พอๆกับศึกชิงแชมป์โลก จนเบียด 2 รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์อย่าง ยูเคแชมเปี้ยนชิพ และมาสเตอร์ส ให้ชิดซ้ายไปโดยปริยาย

ไม่แน่เหมือนกันว่า ในอนาคต แฟนสนุกเกอร์อาจได้เห็นศึกสอยคิวที่จัดขึ้นที่ซาอุดิอาระเบีย กลายเป็นรายการใหญ่ระดับเมเจอร์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 รายการ

การเดินทางเข้าสู่ทศวรรษใหม่ขององค์กรคิวโลก

นอกจากนี้ แบร์รี่ เฮิร์น ยังกล่าวอีกว่า จากการนำสนุกเกอร์ไปแข่งขันที่ดินแดนเศรษฐีน้ำมัน  จะช่วยให้กีฬาสนุกเกอร์ เป็นกีฬายอดนิยมในย่านตะวันออกกลางมากขึ้นอีกด้วย

อันที่จริง แบร์รี่ เฮิร์น เคยมีส่วนสำคัญ ในการนำกีฬารายการใหญ่ระดับโลก ไปแข่งขันที่ซาอุดิอาระเบียมาแล้ว เมื่อเขาได้ให้ลูกชาย เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์มวยโลกชื่อดัง ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดกีฬาไม่แพ้คุณพ่อ นำมวยโลกไฟต์สำคัญ ในการชิงเข็มขัดแชมป์รุ่นเฮฟวี่เวท 4 สถาบัน ระหว่าง แอนโธนี่ โจชัว ยอดมวลรุ่นยักษ์ชาวอังกฤษ กับ แอนดี้ รูอิซ จูเนียร์ กำปั้นหุ่นถังเบียร์ชาวเม็กซิกัน ไปชกบนผืนแผ่นดินเศรษฐีน้ำมันมาแล้ว เมื่อเดือนธันวาคมที่ผานมา จนได้รับกระแสตอบรับที่ดี

นับเป็นการนำร่อง และการทดลองตลาดที่ดี ก่อนที่จะนำสนุกเกอร์ ไปแข่งขันที่นั่น ในอีก 10 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม การนำเอากีฬาสอยคิว ไปแข่งขันที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย กลับไม่เป็นที่พอใจของคนบางกลุ่ม ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น จะนำเสนอในตอนต่อไป