เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน สนุกเกอร์รายการสำคัญ ”เดอะ มาสเตอร์ส” ก็จะทำการแข่งขัน โดยปีนี้มีชื่อการแข่งขันอย่างเป็นทางการว่า ”ดาฟาเบท มาสเตอร์ส 2020” ซึ่งจะดวลคิวกันในระหว่างวันที่ 12-19 มกราคม นี้ ณ อเล็กซานดร้า พาเลซ ภายในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

รายการนี้นับเป็น 1 ใน 3 รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ ร่วมกับศึกชิงแชมป์โลก และ ”ยูเค แชมเปี้ยนชิพ” แต่สิ่งที่แตกต่างจากอีก 2 รายการก็คือ ”เดอะ มาสเตอร์ส” ไม่ได้รายการระดับเวิลด์ แรงกิ้ง หรือไม่มีผลต่อคะแนนสะสมอันดับโลก มีเพียงเงินรางวัลให้ชิงชัยเท่านั้น

โดยในปีนี้ มีการชิงเงินรางวัลรวมถึง 725,000 ปอนด์ (ประมาณ 28,800,000 บาท) ซึ่งผู้ชนะจะได้รับเงินกลับบ้านถึง 250,000 ปอนด์ (ประมาณ 9,900,000 บาท) เรียกได้ว่าเงินรางวัลรวมและเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะในศึกมาสเตอร์สปีนี้ เยอะกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ”เดอะ มาสเตอร์ส” ยังเป็น 1 ใน 2 รายการ ร่วมกับศึกแชมเปี้ยน ออฟ แชมเปี้ยนส์ ที่เอกลักษณ์ไม่เหมือนทัวร์นาเมนต์อื่น นั่นก็คือนักกีฬาจะสวมเนกไทลงแข่งขันแทนหูกระต่าย

ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมดวลคิวรายการนี้จะต้องเป็นนักสอยคิวที่มีอันดับโลกอยู่ในท็อป 16 ของโลกเท่านั้น โดยจะยึดจากอันดับโลกภายหลังจากจบรายการ ”ยูเค แชมเปี้ยนชิพ”ครั้งล่าสุด ซึ่งจะแข่งขันเสร็จก่อนที่รายการมาสเตอร์สจะเริ่มขึ้นประมาณ 1 เดือนเศษ

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน จะให้มืออันดับ 1-8 ของโลก เป็นมือวาง แล้วจับสลากเจอกับมือ 9-16 ของโลก ซึ่งในช่วงหลังๆ การจับสลากแบ่งสายศึกมาสเตอร์สจะมีขึ้นในช่วงพักระหว่างเซสชั่นสุดท้าย ของศึก ”ยูเค แชมเปี้ยนชิพ” รอบชิงชนะเลิศ และมีการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ด้วย

รู้จัก.."มาสเตอร์ส''สอยคิวรายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์

    รอนนี่ คือผู้คว้าแชมป์มาสเตอร์สมากที่สุด

นับตั้งแต่การแข่งขันมาสเตอร์สถูกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1975 มีสุดยอดนักสอยคิวมากหน้าหลายตา ผลัดกันขึ้นมาคว้าแชมป์มากมาย

ทว่าผู้ที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดก็คือ ”เดอะ ร็อกเกต” รอนนี่ โอซัลลิแวน นักสอยคิวมือ 3 ของโลก ชาวอังกฤษ ที่ประสบความสำเร็จชูถ้วยแชมป์มาสเตอร์สเหนือศีรษะถึง 7 ครั้ง จากการเข้าชิงมากที่สุดถึง 13 ครั้ง พร้อมกับเป็นผู้ที่คว้ารองแชมป์มากที่สุดอีกต่างหาก ด้วยจำนวน 6 ครั้ง

โดยเมื่อปีก่อน ”เดอะ ร็อกเกต” พลาดการคว้าแชมป์มาสเตอร์ส สมัยที่ 8 อย่างน่าเสียดาย หลังในรอบชิงชนะเลิศ แพ้ จัดด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากชาติเดียวกันไปถึง 4-10 เฟรม

อย่างไรก็ตาม ในศึกมาสเตอร์ส 2020 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น แฟนสนุกเกอร์ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน เมื่อรอนนี่ประกาศถอนจากการแข่งขันไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว พร้อมกับส่งผลให้ อาลี คาร์เตอร์ นักสอยคิวมือ 17 ของโลก ได้ส้มหล่นลงแข่งขันแทน

รู้จัก.."มาสเตอร์ส''สอยคิวรายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์

  เฮนดรี้ คือผู้คว้าแชมป์มาสเตอร์สติดต่อกันมากที่สุด

แม้รอนนี่จะเป็นสอยคิวที่คว้าแชมป์มาสเตอร์สมากที่สุด ทว่าในช่วงต้นของยุค 90 เป็นช่วงเวลาที่ ”มัจจุราชผมทอง” สตีเฟ่น เฮนดรี้ มหาเทพสอยคิวแห่งสกอตแลนด์ เรืองอำนาจมากที่สุดในยุคนั้น เพราะนอกจากจะคว้าแชมป์โลกติดต่อกันนานถึง 5 สมัยแล้ว เขายังคว้าแชมป์มาสเตอร์สติดต่อกันนานถึง 5 สมัย อีกต่างหาก ระหว่างปี 1989-1993 และมาได้แชมป์ ”เดอะ มาสเตอร์ส” อีก 1 ครั้ง เมื่อปี 1996

ซึ่งการคว้าแชมป์ ”เดอะ มาสเตอร์ส” ติดต่อกันนานถึง 5 ปี ได้ทำให้ตำนานสอยคิวชาวสกอตติชที่ประกาศเลิกเล่นไปแล้วเมื่อปี 2012 เป็นผู้ถือครองสถิติการคว้าแชมป์มาสเตอร์สติดต่อกันนานที่สุดในโลกมาจนถึงปัจจุบัน

รู้จัก.."มาสเตอร์ส''สอยคิวรายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์

      ต๋อง ศิษย์ฉ่อย เกือบคว้าแชมป์มาสเตอร์สเมื่อปี 1993

แฟนสนุกเกอร์รุ่นเดอะจำนวนไม่น้อย เคยกล่าวไว้ว่า หาก สตีเฟ่น เฮนดรี้ ไม่ได้มีจุดพีกของการเล่นสนุกเกอร์ในช่วงต้นของยุค 90 อาจได้เห็น ”ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล (วัฒนา) ภู่โอบอ้อม ประสบความสำเร็จกับการคว้าแชมป์รายการใหญ่ระดับทริปเปิลคราวน์ไปแล้ว เพราะในช่วงนั้นพี่ต๋องของแฟนสนุกเกอร์ไทยอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มเช่นกัน

ด้วยความที่เฮนดรี้ยอดเยี่ยมและไร้เทียมทานในช่วงนั้น ได้หักอกนักสนุกเกอร์คนอื่นให้ไปไม่ถึงตำแหน่งแชมป์หลายคน เช่น จิมมี่ ไวท์ ที่ต้องอกหักกับการคว้าแชมป์โลกเพราะแพ้ให้กับเฮนดรี้ในรอบชิงชนะเลิศถึง 4 ครั้ง รวมไปถึง ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ของเราด้วย ที่มักสิ้นสุดเส้นทางการคว้าแชมป์รายการสำคัญ ด้วยการแพ้ให้กับตำนานสอยคิวชาวสกอตติชรายนี้หลายต่อหลายครั้ง

ในศึกมาสเตอร์สเมื่อปี 1993 เป็นรายการเดียวที่พี่ต๋อง เจ้าของฉายา ”ไทยทอร์นาโด” เข้าชิงในรายการระดับทริปเปิลคราวน์ ทว่าต้องอกหักกับการคว้ารองแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากแพ้ สตีเฟ่น เฮนดรี้ นักสอยคิวที่เก่งที่สุดในยุคนั้นไป 5-9 เฟรม

อย่างไรก็ตาม การคว้ารองแชมป์ในครั้งนั้น ได้ทำให้ ”ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” กลายเป็นนักสนุกเกอร์เอเชียที่ทำผลงานในรายการมาสเตอร์สได้ดีที่สุดในตอนนั้น

จนกระทั่งศึกมาสเตอร์ส ปี 2011 ติง จุ้น ฮุย นักสอยคิวชาวจีน ได้ทำสถิติเป็นนักสอยคิวเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้ หลังจากรอบชิงชนะเลิศ เอาชนะอีกหนึ่งนักสอยคิวเอเชียอย่าง มาร์โก้ ฟู จากฮ่องกง ไปได้ 10-4 เฟรม